|

"APX900
vs CPX900 Series"
Acoustic Guitar Yamaha นอกจาก FG series
ที่เรารู้จักกันดีอยู่แล้ว หลายท่านอาจจะเคยสะดุดตากับ
APX และ CPX
ที่มีรูปลักษณ์สวยงามและมีให้เลือกหลากหลายสีสัน
หรือหากใครที่ยังไม่เคยรู้จักกีตาร์รุ่นเหล่านี้เลย
วันนี้เราจะขอแนะนำให้ท่านได้รู้จักกับ “APX900”
และ “CPX900”
ซึ่งถือเป็น Acoustic Electric Guitar คราวนี้เราลองมาดูกันว่า
แต่ละรุ่นมีลักษณะที่โดดเด่นอย่างไรบ้าง
Acoustic
Electric Guitar "Yamaha APX900"
Specifications:
Top Solid Spruce
Back Flamed Maple
Side Flamed Maple
Neck Nato
Fingerboard Rosewood
Bridge Rosewood
Body Depth 80-90 mm
String Length 650 mm
Nut Width 1 11/16"
Colors Natural, Mocha Black, Ultramarine, Crimson Red
Burst
Finish Hi-Gloss
Preamp System57 (3-way A.R.T.)

ความโดดเด่นสำหรับ “APX900”
คือโทนเสียงที่แหลมคม ใส และชัดเจน (Bright & Clear tone)
ย่านเสียงกลาง และย่านเสียงสูงจะโดดเด่นเป็นพิเศษ
ด้วยโครงสร้างของ Bracing แบบ Scalloped X-type Bracing
ช่วยทำให้เสียงดัง ใส และ กังวาน ย่านเสียงสูง (Treble)
ชัดเจนขึ้น
และเมื่อทดสอบด้วยการเล่นแบบโซโล่
หางเสียงของโน้ตแต่ละตัวแหลมคม
และชัดเจน แม้จะเป็นกีต้าร์ตัวเล็กก็ตาม!
แม้ว่าขนาดตัวที่ค่อนข้างเล็กและบาง (Smaller body)
จะทำให้เสียงเบสค่อนข้างน้อย
แต่ก็ช่วยทำให้ลดปัญหาเรื่อง Feedback หรือเสียงฮัมได้ดี
เวลาที่ต้องอยู่บนเวที
โดยเฉพาะตำแหน่งหน้าตู้ หรือตำแหน่งที่ใกล้ลำโพง
ผู้เล่นจึงสามารถเล่นผ่านภาคไฟฟ้าในตำแหน่งหน้าตู้แอมป์ได้อย่างไร้กังวล
Acoustic
Electric Guitar "Yamaha CPX900"
Specifications:
Top Solid Spruce
Back Flamed Maple
Side Flamed Maple
Neck Nato
Fingerboard Rosewood
Bridge Rosewood
Body Depth 95-115 mm
String Length 650 mm
Nut Width 1 11/16"
Colors Natural, Mocha Black, Ultramarine, Brown Sunburst
Finish Hi-Gloss
Preamp System57 (3-way A.R.T.)

เมื่อเปรียบเทียบกับ APX900
ขนาดตัวกีต้าร์ของรุ่น “CPX900”
จะใหญ่และหนากว่ามากพอสมควร
ด้วยขนาดกีต้าร์ที่ใหญ่กว่านี่เอง “CPX900” จึงให้เสียงที่กังวานกว่า
และได้เนื้อเสียงที่หนากว่ารุ่น APX900
โครงสร้างแบบ Non-Scalloped X-type Bracing
ช่วยทำให้เสียงหนาขึ้น
ย่านเสียงกลาง และต่ำจะชัดเจน ซึ่งโดดเด่นมากกว่า รุ่น
APX900
เมื่อทดสอบการเล่นแบบ Finger Picking และ Strumming
สังเกตได้ว่า ความแหลมคม และย่านเสียงสูง
จะไม่โดดเด่นเท่ากับ APX900
แต่... “CPX900” มีย่านเสียงกลาง และต่ำ
ทั้งความความนุ่มนวลของเสียงมีมากกว่า APX900
เรียกว่าโดดเด่นแตกต่างกันไป
ทั้งนี้เพื่อตอบสนองความชอบของผู้เล่นแต่ละคน
ที่แตกต่างกัน
จุดเด่น...ของ
Acoustic Electric Guitar Yamaha: CPX900 และ APX900

ไม้ข้างและหลัง
(Back & Sides) เลือกใช้ Maple ชนิด Flamed Maple
ที่มีลายไม้สวยงาม
และไม้ชนิดนี้ สามารถให้เสียงสูง แหลมคมและไวเป็นพิเศษ
แต่เสียง Bass น้อย และ Sustain ต่ำ
ประโยชน์ที่ได้รับจาก Sustain ต่ำ คือจะช่วยลดอาการ
Feedback หรือเสียงฮัม (Hum) ได้ดี

ปรีแอมป์ หรือภาคไฟฟ้า “System57 3way
A.R.T.(Acoustic Resonance Transducer)”
ซึ่งเป็น Pickup ที่ได้รับการพัฒนา และแตกต่างจาก Pickup
แบบเดิมๆ
ซึ่ง Pickup ทั่วไปจะติดตั้งไว้ใต้ Saddle
เพียงตำแหน่งเดียว
แต่ APX900 และ CPX900 ได้ติดตั้ง “Sub
pickup” ไว้อีกสองส่วน
คือบริเวณจุดสัมผัสของสาย 4/5/6 เรียกว่าย่านเสียงต่ำหรือ
Bass-side
และบริเวณจุดสัมผัสของสาย 1/2/3 เรียกว่าย่านเสียงสูงหรือ
Treble-side แบ่งแยกกันอย่างชัดเจน

Sub-Pickup มีความสามารถในการแยกแยะแต่ละย่านเสียง
ทั้งย่านเสียงต่ำ (Bass)
และย่านเสียงสูง(Treble)ได้อย่างชัดเจน
และยังช่วยให้ผู้เล่นสามารถปรับแต่ง
และความคุมเสียงแต่ละย่านเสียง ได้อย่างอิสระและง่ายดาย
ผ่าน Control Volume
การแบ่งแยกอย่างชัดเจนนี้
ทำให้การเล่นผ่านปรีแอมป์เป็นไปอย่างคล่องตัวมากทีเดียว
นอกจากนี้แล้ว ชุดปรีแอมป์(System 57) ยังมีเครื่องตั้งสาย(Tuner)ติดมาให้อีกด้วย
ผู้เล่นหลายท่านอาจจะเคยพบปัญหาอาการ Feedback หรือฮัม(Hum)
ซึ่งเป็นเรื่องใหญ่มากสำหรับผู้เล่น
จากการทดสอบทั้ง “APX900” และ “CPX900”
ด้วยการเล่นผ่านปรีแอมป์ “System57 3way A.R.T.”
โดยทดสอบเร่งสัญญาณด้วยการปรับ Volume ไปถึงประมาณ 3
นาฬิกา (ซึ่งนั่งทดสอบอยู่หน้าตู้แอมป์อะคูสติก)
ผลลัพธ์คือ ไม่มีอาการ Feedback ทั้งสิ้น จึงมั่นใจได้ว่า
ปรีแอมป์ System57 3way A.R.T. ออกแบบมาได้อย่างสมบูรณ์แบบ

Yamaha“APX900” และ
“CPX900”
จึงเป็น Acoustic Electric Guitar อีกหนึ่งทางเลือก
ที่คุณต้องทดสอบ!
เชิญชมสินค้า และบริการอื่นๆ ได้ที่เว๊บไซด์
www.yamaha.co.th
|